Big Data อาวุธสำคัญ…ที่ธุรกิจต้องมี “Big Data” เป็นคำที่ใครหลาย ๆ คนมักเคยได้ยินกันคุ้นหู โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา Big Data ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากกับการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ก็อาจจะมีบางรายที่กำลังสงสัยว่า Big Data คืออะไร และข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาลที่มีอยู่รอบ ๆ ตัวนี้ ธุรกิจสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง วันนี้ Mandala Analytics จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Big Data ให้มากยิ่งขึ้น

Big Data คือ ฐานข้อมูลจำนวนมาก เช่น ตัวเลข รูปภาพ ไฟล์เสียง วิดีโอ ตัวอักษร เป็นต้น ซึ่งในเชิงธุรกิจ อาจจะเป็นฐานข้อมูลของลูกค้า หรือจำนวนการสั่งซื้อในรูปแบบสถิติ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงข้อมูลของคู่แข่ง โดยข้อมูลที่มีจำนวนมากมายนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ โดยอาจจะมีการใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมเข้ามาช่วยสกัดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ขึ้นอยู่กับเทคนิคและอุปกรณ์ของแต่ละองค์กร สุดท้ายนำผลลัพธ์ของข้อมูลที่ได้มาเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ และวางแผนกลยุทธ์ตามที่กำหนด

นอกจากนี้ เราลองมาดูคุณลักษณะของ Big Data ที่สำคัญกันก่อนว่า 5V + 1C มีอะไรบ้าง ?

1. Volume

ปริมาณของข้อมูลสำคัญ ตัดสินจากคุณค่าและความสำคัญของข้อมูล

2. Variety

ชนิดของข้อมูลที่มากมาย หลากหลายรูปแบบ ซึ่งต้องรู้ และเข้าใจเพื่อให้สามารถทำการวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง

3. Velocity

ความเร็วของการสร้างข้อมูล และประมวลผลว่าตรงตามความต้องหรือไม่ ซึ่งคือความท้าทายของการพัฒนา

4. Variability

เรื่องความไม่เข้ากันของข้อมูล สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และอาจจะก่อปัญหาได้ ดังนั้นจำเป็นต้องมีกระบวนการเพื่อดักจับ และแก้ไขให้ทันท่วงที

5. Veracity

คุณภาพของข้อมูล หากคุณคุณภาพข้อมูลแย่ การวิเคราะห์ก็จะแย่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นที่มาของข้อมูลจึงมีความสำคัญอย่างมาก

6. Complexity

การจัดการข้อมูลค่อนข้างมีความซับซ้อน เนื่องจากมีจำนวนมาก และรูปแบบที่ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยกัน

เก็บ Data แบบไหน เอื้อประโยชน์

1. ข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ การเก็บข้อมูลของลูกค้าจำนวนมาก หรือลูกค้าที่สนใจสินค้า เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ลดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็งให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงนำข้อมูลดังกล่าวมาคาดการณ์ต่อยอดธุรกิจอนาคต ว่าธุรกิจประเภทนั้นควรจะเดินไปในทิศทางใด

2. การบริการเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย และการเก็บข้อมูล Feedback ของลูกค้าจากช่องทางต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการเป็นเรื่องจำเป็น และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์ อีกทั้งยังทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ซึ่งการนำ Big Data มาใช้ในรูปแบบนี้จะช่วยสร้างความประทับใจที่ดีต่อลูกค้าในด้านการบริการ

3. การปิดการขายให้สำเร็จเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และที่ผ่านมาธุรกิจหรือแบรนด์อาจจะประสบปัญหากับการปิดการขายไม่สำเร็จ เช่น ลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้า แต่ไม่สะดวกชำระเงินตามช่องทางของคุณที่มี ซึ่งหากคุณไม่ติดตาม หรือทราบข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้คุณเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย และการเก็บข้อมูลช่องทางสั่งซื้อของลูกค้าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ธุรกิจหรือแบรนด์ไม่ควรละเลย

เจาะ Insight ลูกค้าให้อยู่หมัด

1. พฤติกรรมของผู้บริโภคคือโอกาส

หลายครั้งการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ของลูกค้า บ่อยครั้งที่ลูกค้ากำลังอยู่ในช่วงการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ในด้านของแบรนด์ก็ต้องการปิดการขาย ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีหลายปัจจัยเกิดขึ้นจนส่งผลให้เสียลูกค้าไป เช่น ลูกค้าไม่สะดวกชำระเงินบางช่องทาง และกรณีที่คุณเป็นนักการตลาดหรือผู้ประกอบการเมื่อทราบข้อมูลถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก็อาจจะสร้างระบบแจ้งเตือน เพิ่มช่องทางจำหน่าย หรือมีคำแนะนำเด้งขึ้นมา ช่วยลดปัญหาขั้นตอนที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น จนกระทั่งนำไปสู่ขั้นตอนการจ่ายเงินที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์

2. ธุรกิจน้องใหม่กับการแข่งขันเท่าเทียม

หากคุณเป็นธุรกิจน้องใหม่ การใช้ประโยชน์จาก Big Data เป็นเรื่องที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะในอดีตการจะมีเงินทุนสร้างฐานข้อมูลลูกค้าให้ทัดเทียมธุรกิจขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และต้องใช้เงินทุนมหาศาล แต่ในวันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม จึงเป็นโอกาสของธุรกิจรายใหม่ที่จะนำข้อมูลสำคัญมาสร้างธุรกิจให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคโดนใจมากขึ้น

กรณีตัวอย่าง เช่น หากคุณกำลังมีแนวคิดอยากทำธุรกิจ Delivery Food แต่ไม่รู้จะเริ่มทำธุรกิจอย่างไร คุณอาจจะเริ่มต้นจากการนำข้อมูล Local Food Delivery จากรายใหญ่ มาเป็นแบบอย่างเส้นทางในการขนส่ง ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยทำให้ Delivery Food รายใหม่เช่นคุณ สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น รวมถึงลดขั้นตอนการการสำรวจเส้นทางการขนส่ง

3. พัฒนาศักยภาพของธุรกิจ

ด้วยจำนวนข้อมูลมหาศาลของ Big Data หากธุรกิจมีเครื่องมือ AI หรือ Social Listening Tools มาช่วยเชื่อมโยงกลุ่มข้อมูลเหล่านั้น ก็จะช่วยประหยัดเวลา แรงงานคน และได้ข้อมูลที่ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น วางแผนกลยุทธ์ได้เหมาะสม หรือสร้างแผนธุรกิจที่เหนือคู่แข่ง จนกระทั่งไปสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

การวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสม จะช่วยทำให้ธุรกิจสามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกได้มากขึ้น และยิ่งถ้ามีเครื่องมือเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแล้วนั้น จะทำให้ธุรกิจหรือองค์กรสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยให้นักธุรกิจตัดสินใจแม่นยำ และประหยัดเวลาการทำงานในบางขั้นตอน ขณะเดียวกัน ธุรกิจหรือแบรนด์เองอาจจะใช้เครื่องมือชื่อว่า “Social Listening Tools” ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักการตลาดทั่วโลกเข้ามาเป็นตัวช่วย

อย่างที่กล่าวข้างต้น การตลาดออนไลน์ยุคนี้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจาก Big Data เข้ามาเป็นตัวช่วย วิเคราะห์ และตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกออนไลน์เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล ดังนั้น การเจาะข้อมูล Insight ผู้บริโภคจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก แต่หากจะไม่สนใจเรื่อง Big Data เลยก็ไม่ได้ และการมี Social Listening Tools เข้ามาช่วยฟังเสียงผู้บริโภคในโลกออนไลน์ อาจจะเป็นข้อได้เปรียบการแข่งขันต่อการทำธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ใครที่กำลังสนใจอยากทดลองใช้ Social Listening Tools ทาง Mandala Analytics เปิดให้ทดลองฟรีแล้ววันนี้ที่ https://mandalasystem.com/